ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DekNurse
EN
ย้อนกลับ

นมแม่

รู้ได้อย่างไรว่าลูกได้นมพอ

นับผ้าอ้อมเปียก ดูน้ำหนัก และสังเกตความพึงพอใจหลังมื้อนม ซึ่งเชื่อถือได้กว่าการเดาจากปริมาณน้ำนม

ความกังวลอันดับหนึ่งของคุณแม่ให้นมคือ “นมพอไหม” ซึ่งเป็นเรื่องที่ตอบยากเพราะเต้านมไม่มีขีดบอกปริมาณ แต่ร่างกายลูกบอกเราได้ชัดเจนกว่านั้นมาก

ตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้

  • ผ้าอ้อมเปียก: วันที่ 1 อย่างน้อย 1 ครั้ง, วันที่ 2 อย่างน้อย 2 ครั้ง เพิ่มขึ้นตามวัน และตั้งแต่วันที่ 5 เป็นต้นไปควรเปียกอย่างน้อย 6 ครั้งต่อวัน ปัสสาวะสีใสหรือเหลืองอ่อน
  • อุจจาระ: เปลี่ยนจากขี้เทาสีดำเป็นสีเขียวและเป็นสีเหลืองทองภายในวันที่ 4–5 ถ่ายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวันในเดือนแรก
  • น้ำหนัก: ลดได้ไม่เกิน 7–10% ในสัปดาห์แรก และควรกลับมาเท่าน้ำหนักแรกเกิดภายใน 10–14 วัน
  • หลังมื้อนม ลูกดูผ่อนคลาย มือคลายออกจากกำแน่น และหลับสบาย
  • ได้ยินเสียงกลืนเป็นจังหวะขณะดูด และเต้านมนิ่มลงหลังให้นม

สิ่งที่ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดี

  • ปริมาณนมที่ปั๊มได้ เพราะเครื่องปั๊มดูดนมได้น้อยกว่าปากลูกเสมอ
  • ความรู้สึกว่าเต้านิ่ม หลังผ่านไป 6–8 สัปดาห์ เต้ามักนิ่มลงเป็นปกติเพราะร่างกายปรับสมดุลแล้ว
  • ลูกร้องบ่อยหรือขอนมถี่ เพราะทารกขอนมถี่ได้จากหลายเหตุผล รวมถึงช่วงเร่งการเจริญเติบโต (Growth spurt) ที่พบราวสัปดาห์ที่ 3, 6 และเดือนที่ 3
  • ลูกดูดนมเสร็จเร็ว เพราะทารกที่โตขึ้นดูดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถ้าอยากเพิ่มน้ำนม

  • ให้ลูกดูดบ่อยขึ้น เพราะน้ำนมผลิตตามหลักอุปสงค์–อุปทาน ยิ่งระบายออกมาก ยิ่งผลิตมาก
  • ให้ดูดจนเต้าข้างแรกนิ่มก่อนเปลี่ยนข้าง เพื่อให้ลูกได้นมส่วนหลังที่มีไขมันสูง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและกินอาหารครบหมู่ ไม่ควรลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วในช่วงให้นม
  • พักผ่อนเท่าที่ทำได้ และขอความช่วยเหลือเรื่องงานบ้าน ความเครียดและความอ่อนล้ามีผลต่อการหลั่งน้ำนม

ควรปรึกษาแพทย์หรือคลินิกนมแม่เมื่อ

  • ผ้าอ้อมเปียกน้อยกว่า 6 ครั้งต่อวันหลังอายุ 5 วัน
  • น้ำหนักลูกไม่กลับมาเท่าแรกเกิดภายใน 2 สัปดาห์ หรือน้ำหนักลดลงต่อเนื่อง
  • ลูกซึม ไม่ยอมตื่นมากินนม หรือปากแห้ง ร้องไม่มีน้ำตา
  • ตัวเหลืองเข้มขึ้นร่วมกับกินนมได้น้อย

หัวข้อถัดไป

เริ่มปั๊มนมอย่างไรให้ได้ผล

การปั๊มนม

อ่านต่อ →

ที่มาของข้อมูลหน้านี้

ปรับปรุงล่าสุด
ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์