ย้อนกลับ
การปั๊มนม
เริ่มปั๊มนมอย่างไรให้ได้ผล
จังหวะการปั๊ม แรงดูดที่เหมาะสม และเทคนิคกระตุ้นน้ำนมพุ่งสำหรับแม่ทำงาน
การปั๊มนมเป็นทักษะที่ต้องฝึก ไม่ใช่ทุกคนจะปั๊มได้เยอะตั้งแต่ครั้งแรก และปริมาณที่ปั๊มได้ก็ไม่ได้สะท้อนปริมาณน้ำนมที่ลูกได้จากการดูดเต้าโดยตรง
เริ่มเมื่อไร ปั๊มบ่อยแค่ไหน
- ถ้าให้นมจากเต้าได้ปกติ ควรรอให้การให้นมเข้าที่ก่อนราว 3–4 สัปดาห์ จึงเริ่มปั๊มเก็บ
- แม่ที่ต้องกลับไปทำงาน ควรเริ่มสะสมสต็อกล่วงหน้า 3–4 สัปดาห์ก่อนวันกลับ
- ระหว่างทำงาน ควรปั๊มทุก 3–4 ชั่วโมง หรือประมาณวันละ 2–3 ครั้ง เพื่อรักษาระดับน้ำนม
- ช่วงเวลาที่น้ำนมมักมามากคือตอนเช้าตรู่ (ตี 2 – 6 โมงเช้า) เพราะฮอร์โมนโปรแลคตินสูงที่สุด
เทคนิคให้ปั๊มได้มากขึ้น
- ประคบอุ่นและนวดเต้าเบา ๆ 2–3 นาทีก่อนเริ่ม
- เริ่มด้วยโหมดกระตุ้น (จังหวะเร็ว แรงดูดเบา) จนน้ำนมเริ่มพุ่ง แล้วจึงเปลี่ยนเป็นโหมดปั๊ม
- ตั้งแรงดูดที่ระดับสูงสุดที่ยังไม่เจ็บ เพราะแรงดูดที่ทำให้เจ็บไม่ได้ทำให้ได้นมมากขึ้น
- เลือกขนาดกรวยปั๊มให้พอดี หัวนมควรเคลื่อนในอุโมงค์ได้อิสระ ไม่เสียดสีขอบ
- ดูรูปลูก ฟังเสียงลูก หรืออยู่ในที่ผ่อนคลาย ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนม
- นวดบีบเต้าระหว่างปั๊ม (Hands-on pumping) ช่วยเพิ่มปริมาณได้อย่างชัดเจน
- ปั๊มต่ออีก 2 นาทีหลังน้ำนมหยุดไหล เพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายผลิตเพิ่ม
ดูแลอุปกรณ์
- ล้างอุปกรณ์ทุกชิ้นที่สัมผัสน้ำนมด้วยน้ำยาล้างขวดนมทันทีหลังใช้ แล้วผึ่งให้แห้งสนิท
- นึ่งฆ่าเชื้อวันละครั้งสำหรับทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนหรือทารกคลอดก่อนกำหนด
- เปลี่ยนวาล์วและเมมเบรนตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด เพราะเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของแรงดูดตก
- ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสอุปกรณ์ทุกครั้ง
ควรปรึกษาแพทย์หรือคลินิกนมแม่เมื่อ
- ปั๊มแล้วเจ็บมาก หัวนมเป็นแผลหรือมีเลือดปน
- ปริมาณน้ำนมลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีก้อนแข็งในเต้าที่ไม่ยุบหลังปั๊มหรือให้นม ร่วมกับมีไข้
หัวข้อถัดไป
เก็บรักษานมแม่ ตารางเวลาและอุณหภูมิ
การปั๊มนม
ที่มาของข้อมูลหน้านี้
- ปรับปรุงล่าสุด
- ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
- ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
- ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์
- เรียบเรียงโดยอ้างอิงจาก
