ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DekNurse
EN
ย้อนกลับ

ใจของแม่

ดูแลแผลผ่าคลอดและแผลฝีเย็บอย่างไรในเดือนแรก

แผลผ่าคลอดกับแผลฝีเย็บดูแลไม่เหมือนกัน แต่มีสัญญาณติดเชื้อชุดเดียวกัน รวมสิ่งที่ทำได้ที่บ้านและสิ่งที่ต้องรีบบอกแพทย์

อ่านประมาณ 7 นาที

เดือนแรกหลังคลอด ความสนใจของทั้งบ้านมักอยู่ที่ลูก จนแผลของแม่ถูกดูแลแบบผ่าน ๆ ทั้งที่เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังซ่อมตัวเองหนักที่สุด บทความนี้แยกวิธีดูแลของแผลสองชนิดออกจากกัน แล้วรวมสัญญาณอันตรายที่ใช้ร่วมกัน

แผลผ่าคลอด · เดือนแรกทำอะไรได้บ้าง

  • รักษาแผลให้แห้งและสะอาด อาบน้ำได้ตามที่แพทย์อนุญาต แล้วซับให้แห้งสนิท ไม่ถู
  • ใส่เสื้อผ้าหลวมและกางเกงเอวสูงกว่าแนวแผล เพื่อไม่ให้ขอบเสียดสี
  • ลุกจากเตียงโดยตะแคงตัวแล้วใช้แขนดัน แทนการเกร็งหน้าท้องลุกตรง ๆ
  • ประคองแผลด้วยฝ่ามือหรือหมอนใบเล็กเวลาไอ จาม หรือหัวเราะ
  • เลี่ยงการยกของหนักกว่าตัวลูกในช่วงแรก และค่อย ๆ เพิ่มการเดินสั้น ๆ ในบ้านเพื่อลดความเสี่ยงลิ่มเลือด
  • ให้นมในท่าฟุตบอลหรือท่านอนตะแคง เพื่อไม่ให้ตัวลูกกดทับแนวแผล

แผลฝีเย็บ · ลดปวดและป้องกันการติดเชื้อ

  • ล้างด้วยน้ำสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ แล้วซับให้แห้ง
  • เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ ไม่ปล่อยให้อับชื้น
  • ประคบเย็นในช่วงวันแรก ๆ ครั้งละไม่นาน เพื่อลดบวมและปวด
  • นั่งบนหมอนรองที่นุ่ม และเลี่ยงการนั่งยอง ๆ นาน ๆ
  • ดื่มน้ำและกินผักผลไม้ให้พอ เพื่อให้ถ่ายง่ายและไม่ต้องเบ่งแรง
  • ยาแก้ปวดให้ใช้ตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น และแจ้งแพทย์ว่ากำลังให้นมลูกอยู่

น้ำคาวปลาบอกอะไรบ้าง

น้ำคาวปลาจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีแดงสดในไม่กี่วันแรก เป็นสีน้ำตาลอมชมพู แล้วจางลงเป็นสีเหลืองอ่อนหรือใสในช่วงสัปดาห์ต่อ ๆ มา

สิ่งที่ผิดปกติคือกลับมาแดงสดมากขึ้นหลังจากจางไปแล้ว มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือออกมากจนชุ่มผ้าอนามัยแผ่นใหญ่ภายในหนึ่งชั่วโมงติดต่อกัน ซึ่งต้องติดต่อแพทย์ทันที

กลับไปทำกิจวัตรเมื่อไร

  • การเดินเบา ๆ เริ่มได้เร็วและช่วยการฟื้นตัว ส่วนการออกกำลังกายที่ใช้หน้าท้องให้รอจนแพทย์ตรวจหลังคลอดแล้ว
  • การขับรถ การยกของหนัก และการมีเพศสัมพันธ์ ให้รอตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแล
  • นัดตรวจหลังคลอดสำคัญเท่ากับนัดของลูก อย่าเลื่อนออกไปเพราะไม่มีคนเฝ้าลูก
  • พักเมื่อลูกหลับให้ได้บ้าง การอดนอนสะสมทำให้แผลหายช้าและอารมณ์แย่ลง

เมื่อไรควรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์

สัญญาณต่อไปนี้ของแม่ ไม่ควรรอถึงวันนัด และบางข้อต้องไปโรงพยาบาลทันที

  • มีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือหนาวสั่น
  • แผลบวมแดง ร้อน แยกออกจากกัน มีหนอง หรือมีน้ำเหลืองไหลผิดปกติ
  • เลือดออกมากผิดปกติ หรือน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น
  • ปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัว บวมที่หน้าหรือมือทันที หรือเจ็บหน้าอกและหายใจไม่อิ่ม เป็นภาวะฉุกเฉิน
  • ปวดน่องข้างเดียว บวมแดงและร้อน
  • รู้สึกเศร้าจนทำอะไรไม่ไหว ไม่อยากดูแลลูก หรือมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือลูก ให้ขอความช่วยเหลือทันที สายด่วนสุขภาพจิต 1323 รับสายตลอดเวลา
  • ในฝั่งของลูก ถ้ามีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไปในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน ซึม ไม่ดูดนม หายใจเร็ว หรือสะดือบวมแดงมีหนอง ให้พาไปพบแพทย์เช่นกัน

อ้างอิง

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) · WHO recommendations on maternal and newborn care for a positive postnatal experience
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข · สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก

ปรับปรุงล่าสุด

ที่มาของข้อมูลหน้านี้

ปรับปรุงล่าสุด
ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์