ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DekNurse
EN
ย้อนกลับ

การนอน

การนอนของทารกแรกเกิด และการนอนหลับปลอดภัย (Safe Sleep)

ทำความเข้าใจแพตเทิร์นการนอนของทารก พร้อมกฎการนอนที่ปลอดภัยซึ่งลดความเสี่ยง SIDS ได้จริง

อ่านประมาณ 6 นาที

ทารกแรกเกิดนอนวันละประมาณ 14–17 ชั่วโมง แต่แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ครั้งละ 2–4 ชั่วโมง เพราะกระเพาะเล็กและต้องกินนมบ่อย นี่ไม่ใช่ปัญหาการนอน แต่คือธรรมชาติของวัยนี้ที่จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเอง

การนอนเปลี่ยนไปอย่างไรในปีแรก

  • 0–3 เดือน: นอน 14–17 ชั่วโมงต่อวัน ตื่นทุก 2–4 ชั่วโมง ยังไม่แยกกลางวันกลางคืน
  • 3–6 เดือน: นอน 12–15 ชั่วโมง เริ่มนอนกลางคืนได้ยาวขึ้น 4–6 ชั่วโมง งีบกลางวัน 3–4 ครั้ง
  • 6–12 เดือน: นอน 12–14 ชั่วโมง งีบกลางวันเหลือ 2 ครั้ง หลายคนนอนกลางคืนได้ยาว แต่การตื่นกลางคืนยังพบได้ปกติ
  • การถดถอยของการนอน (Sleep regression) ที่ราว 4 เดือนเป็นเรื่องปกติและชั่วคราว เกิดจากโครงสร้างการนอนของสมองเปลี่ยนแปลง

กฎการนอนที่ปลอดภัย

แนวทางเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะไหลตายในทารก (SIDS) และอุบัติเหตุระหว่างนอน ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่ป้องกันได้

  • ให้ลูกนอนหงายเสมอ ทุกครั้ง ทั้งกลางวันและกลางคืน จนอายุครบ 1 ปี
  • ใช้ที่นอนแน่นและเรียบ ไม่ยุบตัว มีผ้าปูรัดมุมพอดี ไม่ปูผ้าหนาหลายชั้น
  • ในเตียงต้องไม่มีหมอน ตุ๊กตา ผ้าห่มหนา ที่กั้นเตียงแบบนุ่ม หรือของนุ่มใด ๆ
  • ให้ลูกนอนในห้องเดียวกับพ่อแม่ แต่คนละที่นอน อย่างน้อย 6 เดือนแรก
  • หลีกเลี่ยงการนอนร่วมเตียงกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อผู้ใหญ่เหนื่อยจัด ดื่มสุรา หรือใช้ยาที่ทำให้ง่วง
  • ห้ามให้ลูกหลับบนโซฟา เก้าอี้นวม หรือบนตัวผู้ใหญ่ที่กำลังจะหลับ
  • ไม่ห่มผ้าคลุมหน้า ใช้ถุงนอนสำหรับทารกแทนผ้าห่มจะปลอดภัยกว่า
  • อย่าให้ร้อนเกินไป อุณหภูมิห้องที่สบายสำหรับผู้ใหญ่ก็สบายสำหรับลูก และแต่งตัวมากกว่าผู้ใหญ่เพียงหนึ่งชั้น
  • ห้ามสูบบุหรี่ในบ้านหรือใกล้ตัวลูกโดยเด็ดขาด
  • ให้นมแม่และการฉีดวัคซีนตามกำหนด มีส่วนช่วยลดความเสี่ยง SIDS

ช่วยให้ลูกหลับง่ายขึ้น

  • สร้างกิจวัตรก่อนนอนที่สั้นและซ้ำเดิมทุกคืน เช่น อาบน้ำ นวดตัว ให้นม เล่านิทานสั้น ๆ แล้วปิดไฟ
  • แยกกลางวันกับกลางคืนให้ชัด กลางวันเปิดม่านรับแสงและมีเสียงพูดคุยตามปกติ กลางคืนไฟสลัวและพูดเบา ๆ
  • วางลูกลงตอนที่ง่วงแต่ยังไม่หลับสนิท เพื่อให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้การหลับด้วยตัวเอง
  • สังเกตช่วงเวลาตื่นที่เหมาะกับวัย และพาไปนอนก่อนที่ลูกจะเหนื่อยเกิน
  • เสียงขาว (White noise) เบา ๆ ช่วยได้ในทารกบางคน ตั้งระดับเสียงไม่ดังเกินเสียงพูดคุยปกติ

การนอนคว่ำเล่น ต่างจากการนอนคว่ำหลับ

หลายครอบครัวสับสนระหว่างสองเรื่องนี้ Tummy Time หรือการนอนคว่ำขณะตื่นเป็นสิ่งที่ควรทำทุกวัน เพราะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อคอและป้องกันศีรษะแบน แต่ต้องมีผู้ใหญ่เฝ้าดูตลอดเวลาและลูกต้องตื่นอยู่

ส่วนการหลับต้องนอนหงายเสมอ เมื่อลูกโตพอที่จะพลิกคว่ำพลิกหงายได้เองทั้งสองทาง (ราว 5–6 เดือน) และพลิกไปนอนคว่ำเองระหว่างหลับ ก็ไม่จำเป็นต้องพลิกกลับ แต่การวางลงนอนครั้งแรกยังต้องเป็นท่าหงายอยู่

ที่มาของข้อมูลหน้านี้

ปรับปรุงล่าสุด
ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์