พัฒนาการ
Tummy Time เริ่มเมื่อไร และลูกสะอึกจามบ่อยผิดปกติไหม
คว่ำเล่นเริ่มได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก ครั้งละไม่กี่นาที ส่วนการสะอึกและจามบ่อยเป็นเรื่องปกติของทารก ถ้าลูกยังหายใจสบายและกินนมได้ดี
สองคำถามนี้มาจากคนละเรื่อง แต่มักถูกถามในสัปดาห์เดียวกัน เพราะทั้งคู่เกิดจากการที่พ่อแม่เริ่มสังเกตลูกอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก คำตอบสั้น ๆ คือ คว่ำเล่นเริ่มได้เร็วกว่าที่คิด และการสะอึกจามบ่อยมักไม่ใช่ความผิดปกติ
Tummy Time คืออะไร และเริ่มเมื่อไร
Tummy Time คือการให้ลูกนอนคว่ำขณะตื่นและมีคนดูอยู่ตลอด เพื่อฝึกกล้ามเนื้อคอ ไหล่ และหลัง ซึ่งเป็นฐานของการชันคอ พลิกตัว และคลานในเวลาต่อมา
เริ่มได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังกลับบ้าน ครั้งละ 1–2 นาที วันละ 2–3 ครั้ง แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาเมื่อลูกแข็งแรงขึ้น
- ทำในช่วงที่ลูกตื่นดี ไม่หิวและไม่เพิ่งกินอิ่มมาก เพื่อลดการแหวะนม
- วางบนพื้นเรียบแน่น ไม่ใช่บนที่นอนนุ่มหรือโซฟา
- คว่ำบนอกพ่อแม่ที่นอนเอนก็นับเป็น Tummy Time และเป็นจุดเริ่มที่ลูกยอมรับง่ายที่สุด
- ต้องมีคนอยู่ด้วยตลอด และเมื่อลูกจะหลับ ให้จับกลับมานอนหงายเสมอ
ถ้าลูกไม่ชอบคว่ำ
- เริ่มจาก 30 วินาทีแล้วหยุดก่อนที่ลูกจะร้อง ประสบการณ์ที่จบตอนยังสนุกทำให้ครั้งต่อไปง่ายขึ้น
- ก้มลงไปให้ลูกเห็นหน้าคุณในระดับสายตา เพราะใบหน้าคนคือสิ่งที่ทารกสนใจที่สุด
- ม้วนผ้าเป็นหมอนเล็ก ๆ รองใต้อก โดยให้แขนทั้งสองข้างอยู่ด้านหน้าหมอน
- ทำหลายครั้งสั้น ๆ ดีกว่าครั้งเดียวยาว ๆ
หัวแบนกับการเปลี่ยนท่า
การนอนหงายคือท่านอนที่ปลอดภัยที่สุดและต้องทำต่อไป ส่วนหัวที่แบนด้านใดด้านหนึ่งมักเกิดจากการหันหน้าไปทางเดิมเป็นเวลานาน แก้ได้ด้วยการเพิ่มเวลาคว่ำเล่นตอนตื่น และเปลี่ยนทิศทางที่ลูกต้องหันหาสิ่งที่สนใจ
- สลับปลายเตียงที่วางหัวลูกในแต่ละวัน เพื่อให้ต้องหันไปอีกทางเพื่อมองประตูหรือหน้าต่าง
- สลับข้างที่อุ้มและข้างที่ให้นมในแต่ละมื้อ
- ลดเวลาที่ลูกอยู่ในคาร์ซีทหรือเก้าอี้โยกนอกเวลาเดินทาง
- ไม่ใช้หมอนหลุมหรือหมอนจัดท่าในที่นอน เพราะเพิ่มความเสี่ยงในการนอน
สะอึกและจามบ่อย ผิดปกติไหม
ทารกสะอึกบ่อยกว่าผู้ใหญ่มาก เพราะกะบังลมยังทำงานไม่ประสานกันดี มักเกิดหลังมื้อนมหรือเมื่อกลืนลมเข้าไป และหายเองได้โดยไม่ต้องทำอะไร
การจามก็เช่นกัน เป็นวิธีที่ทารกใช้ทำความสะอาดจมูกเล็ก ๆ ของตัวเองจากฝุ่นและน้ำนม การจามเป็นชุดโดยไม่มีน้ำมูก ไม่มีไข้ และไม่มีอาการหายใจลำบาก มักไม่ใช่หวัด
- ลดการสะอึกด้วยการจับเรอกลางมื้อ และให้ดูดช้าลงถ้าจุกไหลเร็วเกินไป
- ไม่ต้องให้น้ำเปล่ากับทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนเพื่อแก้สะอึก
- เสียงครืดคราดเบา ๆ จากจมูกที่ยังเล็กพบได้บ่อย แต่ถ้ามีเสียงร่วมกับหายใจแรงหรืออกบุ๋ม ให้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน
- หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ธูป และน้ำหอมแรง ๆ ในบ้าน ซึ่งทำให้จามและคัดจมูกมากขึ้น
เมื่อไรควรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์
- หายใจเร็ว หอบ อกบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือมีเสียงครืดคราดร่วมกับดูดนมไม่ไหว
- ปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
- ลูกซึม ปลุกไม่ค่อยตื่น ไม่ดูดนม หรือตัวอ่อนปวกเปียกผิดปกติ
- ลูกอายุน้อยกว่า 3 เดือนมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
- ชันคอไม่ขึ้นเลยเมื่ออายุ 3–4 เดือน ตัวเกร็งค้างข้างใดข้างหนึ่ง หรือใช้แขนขาข้างเดียวชัดเจน
- หัวแบนมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือลูกหันคอไปได้ทางเดียว ควรให้แพทย์ประเมิน
อ้างอิง
- องค์การอนามัยโลก (WHO) · Essential newborn care
- ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย · คู่มือสำหรับพ่อแม่ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก
ปรับปรุงล่าสุด
บทความที่เกี่ยวข้อง
ที่มาของข้อมูลหน้านี้
- ปรับปรุงล่าสุด
- ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
- ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
- ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์
- เรียบเรียงโดยอ้างอิงจาก
