ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DekNurse
EN
ย้อนกลับ

สุขภาพ

ดูแลสะดือทารก ให้แห้งและหลุดเองอย่างปลอดภัย

หลักการเดียวที่ต้องจำคือ สะอาดและแห้ง ส่วนใหญ่สะดือจะหลุดเองภายใน 1–2 สัปดาห์

อ่านประมาณ 4 นาที

สายสะดือที่เหลืออยู่จะค่อย ๆ แห้ง เปลี่ยนสีจากขาวอมเหลืองเป็นน้ำตาลและดำ แล้วหลุดออกเองภายใน 5–15 วัน สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำมีน้อยกว่าที่คิดมาก

หลักการดูแล

  • รักษาให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ นี่คือหัวใจของการดูแลสะดือ
  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสบริเวณสะดือ
  • พับขอบผ้าอ้อมลงให้ต่ำกว่าสะดือ เพื่อให้สะดือโดนอากาศและไม่เปียกปัสสาวะ
  • ใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ ระบายอากาศได้ดี
  • ถ้าสะดือเปื้อนปัสสาวะหรืออุจจาระ ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดแล้วซับให้แห้งสนิท
  • ปล่อยให้สะดือหลุดเอง ห้ามดึงหรือบิดแม้จะเห็นว่าเหลือติดอยู่นิดเดียว

เรื่องแอลกอฮอล์และน้ำยาต่าง ๆ

ในอดีตแนะนำให้เช็ดสะดือด้วยแอลกอฮอล์ 70% วันละ 2–3 ครั้ง แต่ปัจจุบันแนวทางสากลเน้นการดูแลแบบแห้งสะอาด (Dry cord care) เพราะพบว่าสะดือแห้งและหลุดเร็วกว่า และไม่ได้เพิ่มการติดเชื้อในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยดี

อย่างไรก็ตาม สถานพยาบาลในไทยหลายแห่งยังแนะนำให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ ซึ่งก็ไม่เป็นอันตราย ให้ยึดตามคำแนะนำที่โรงพยาบาลที่คุณคลอดให้ไว้เป็นหลัก

สิ่งที่ห้ามทำแน่นอนคือการโรยแป้ง ทาสมุนไพร ทายาผงพื้นบ้าน หรือปิดพลาสเตอร์ทับสะดือ เพราะเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้ออย่างมาก

สิ่งที่พบได้และยังถือว่าปกติ

  • มีเลือดซึมเล็กน้อยตอนที่สะดือใกล้หลุดหรือหลังหลุดใหม่ ๆ
  • มีน้ำเหลืองใสหรือขุ่นเล็กน้อยบริเวณโคนสะดือ
  • มีกลิ่นอับเล็กน้อย ซึ่งต่างจากกลิ่นเหม็นเน่า
  • สะดือจุ่นหรือสะดือโป่งเวลาลูกร้อง ซึ่งเป็นไส้เลื่อนสะดือที่พบบ่อยและมักหายเองก่อนอายุ 1–2 ปี ห้ามใช้เหรียญหรือผ้าพันรัด

สัญญาณติดเชื้อ ต้องพบแพทย์

  • ผิวหนังรอบสะดือแดง บวม และลามออกกว้างขึ้น
  • มีหนองสีเหลืองเขียวไหลออกมา หรือมีกลิ่นเหม็นชัดเจน
  • ลูกมีไข้ ซึม ไม่ดูดนม หรือร้องเมื่อสัมผัสบริเวณสะดือ
  • เลือดออกมากจนซึมผ่านผ้าอ้อม หรือเลือดไม่หยุดหลังกดเบา ๆ
  • สะดือยังไม่หลุดเมื่ออายุเกิน 3 สัปดาห์ ควรให้แพทย์ตรวจดู
  • หลังสะดือหลุดแล้วมีก้อนเนื้อสีแดงชุ่มน้ำเหลืองยื่นออกมา ซึ่งอาจเป็นเนื้องอกสะดือชนิดไม่ร้ายแรงที่รักษาได้ง่าย

ที่มาของข้อมูลหน้านี้

ปรับปรุงล่าสุด
ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์