ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DekNurse
EN
ย้อนกลับ

สุขภาพ

ลูกเป็น G6PD (แพ้ถั่วปากอ้า) ต้องระวังอะไร อาการแบบไหนต้องรีบไปหาหมอ

เด็กที่เป็น G6PD เม็ดเลือดแดงแตกง่ายเมื่อเจอการติดเชื้อ ลูกเหม็น ถั่วปากอ้า หรือยาบางชนิด รู้ไว้ว่าต้องเลี่ยงอะไร ต้องบอกใคร และอาการไหนต้องรีบไปหาหมอ

อ่านประมาณ 8 นาที

G6PD คือเอนไซม์ที่คอยปกป้องเม็ดเลือดแดง เด็กที่มีเอนไซม์นี้น้อยกว่าปกติจะดูแข็งแรงเหมือนเด็กทั่วไปในวันธรรมดา แต่เมื่อเจอสิ่งกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ ลูกเหม็น หรือถั่วปากอ้า เม็ดเลือดแดงจะแตกได้ง่าย และในช่วงแรกเกิดยังทำให้ตัวเหลืองเร็วและมากกว่าปกติได้ บทความนี้บอกว่าพ่อแม่ต้องเฝ้าดูอะไร เลี่ยงอะไร และต้องบอกใครบ้าง

G6PD คืออะไร ทำไมลูกถึงเป็น

G6PD เป็นเอนไซม์ในเม็ดเลือดแดงที่ช่วยกำจัดสารที่ทำลายเซลล์ เมื่อมีเอนไซม์นี้น้อย เม็ดเลือดแดงจะแตกง่ายเมื่อเจอสิ่งกระตุ้น ภาษาแพทย์เรียกว่าภาวะเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolysis) ซึ่งทำให้ซีดและตัวเหลืองได้

ภาวะนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมผ่านโครโมโซม X จึงพบในเด็กผู้ชายบ่อยกว่า แต่เด็กผู้หญิงก็เป็นได้ ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่พ่อแม่ทำ และไม่ใช่โรคติดต่อ ที่หลายคนเรียกว่า “โรคแพ้ถั่วปากอ้า” ก็ไม่ใช่การแพ้แบบภูมิแพ้ ถั่วปากอ้าเป็นเพียงหนึ่งในสิ่งกระตุ้น ส่วนสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อยในเด็กไทยคือการติดเชื้อ

  • ดูจากภายนอกไม่ออก ต้องรู้จากการตรวจเลือด และการตรวจนี้ยังไม่ได้ทำให้ทารกทุกคน บางโรงพยาบาลตรวจคัดกรองให้ตั้งแต่แรกเกิด ถ้าไม่แน่ใจว่าลูกเคยตรวจหรือยัง ให้ถามโรงพยาบาลที่คลอดหรือกุมารแพทย์
  • ผลตรวจที่ทำช่วงที่เม็ดเลือดแดงกำลังแตกอาจออกมาปกติทั้งที่เป็น แพทย์จึงอาจนัดตรวจซ้ำ ให้ไปตามนัดแม้ผลครั้งแรกจะปกติ

ตัวเหลืองช่วงแรกเกิด ต้องเฝ้าดูใกล้ชิดกว่าเด็กทั่วไป

ทารกที่เป็น G6PD อาจเริ่มเหลืองตั้งแต่ใน 24 ชั่วโมงแรก และเหลืองมากจนต้องส่องไฟ ภาวะนี้ยังเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของการต้องกลับมานอนโรงพยาบาลเพราะตัวเหลืองหลังได้กลับบ้านแล้ว เพราะค่าเหลืองมักขึ้นสูงสุดตอนที่ลูกอยู่บ้าน

ถ้าแพทย์นัดตรวจค่าเหลืองซ้ำ ให้ไปตามนัดทุกครั้งแม้ลูกจะดูสบายดี เพราะสารเหลือง (บิลิรูบิน) ที่สูงมากเป็นอันตรายต่อสมองได้

  • ตัวเหลืองภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ต้องให้แพทย์ประเมินทันที
  • เหลืองเข้มขึ้นเรื่อย ๆ หรือลามถึงท้อง แขน ขา ฝ่ามือฝ่าเท้า หรือลูกมีไข้ในช่วงนี้ ให้พาไปพบแพทย์โดยไม่รอวันนัด
  • ดูสีผิวในแสงธรรมชาติ และจดไว้ว่าเหลืองลงมาถึงตรงไหนแล้ว เพื่อเล่าให้แพทย์ฟัง

อาการเม็ดเลือดแดงแตกที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์

อาการมักเริ่มภายในไม่กี่วันหลังเจอสิ่งกระตุ้น ในเดือนแรกมักเห็นเป็นตัวเหลือง ส่วนเด็กที่โตขึ้นมักเห็นเป็นซีดลงและปัสสาวะสีเข้ม

ถ้าเห็นอาการข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง ให้พาไปพบแพทย์ในวันนั้น บอกว่าลูกเป็น G6PD และเล่าว่าก่อนหน้านี้ลูกไม่สบาย ได้รับยา สมุนไพร หรือสัมผัสอะไรมา ภาพถ่ายสีปัสสาวะในผ้าอ้อมช่วยแพทย์ได้มาก

  • ปัสสาวะสีเข้มคล้ายน้ำโคล่าหรือน้ำปลา หรือออกแดง ทั้งที่ปกติควรใสหรือเหลืองอ่อน
  • ผิว ริมฝีปาก หรือเล็บซีดลง ตาขาวหรือผิวเหลืองขึ้นกว่าเดิม
  • ง่วงซึม อ่อนเพลีย ปลุกยาก หรือดูดนมน้อยลง
  • หายใจเร็วหรือหอบ ปัสสาวะน้อยลง

สิ่งที่ต้องเลี่ยง ทั้งในบ้านและในมื้ออาหาร

ถ้าแพทย์ให้บัตรหรือเอกสารรายการสิ่งที่ต้องเลี่ยง ให้ยึดตามนั้นเป็นหลัก รายการด้านล่างคือเรื่องที่เจอบ่อยในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่รายการทั้งหมด

  • ลูกเหม็น ห้ามใช้ในตู้เสื้อผ้าหรือที่เก็บผ้าของลูก อย่าให้ลูกอยู่ใกล้หรือหยิบจับ และคนที่ดูแลลูกก็ไม่ควรใช้ลูกเหม็นกับเสื้อผ้าของตัวเอง
  • ถั่วปากอ้า เมื่อลูกเริ่มกินอาหารตามวัย ห้ามให้กินถั่วปากอ้าและอาหารที่ทำจากถั่วปากอ้า รวมถึงถั่วปากอ้าทอดที่ขายเป็นขนม
  • แม่ที่ให้นมควรงดถั่วปากอ้า เพราะสารจากถั่วผ่านน้ำนมไปถึงลูกได้ แต่ยังให้นมแม่ต่อได้ตามปกติ
  • ยาทุกชนิด ยาสมุนไพร ยาจีน ยาทา ยาดม ยาหม่อง การบูร และพิมเสน ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง พร้อมบอกว่าลูกเป็น G6PD รวมถึงยาที่แม่ใช้เองระหว่างให้นม เพราะบางชนิดอาจต้องหยุดให้นมชั่วคราว
  • การติดเชื้อ ล้างมือก่อนอุ้มลูก เลี่ยงให้ลูกอยู่ใกล้คนที่ไม่สบาย และเมื่อลูกป่วยหรือมีไข้ ให้พาไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

บอกทุกคนที่ดูแลลูก แล้วลูกก็ใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กทั่วไป

เด็กที่ครอบครัวรู้ตั้งแต่ก่อนมีอาการ มักซีดรุนแรงน้อยกว่าและต้องรับเลือดน้อยกว่าเด็กที่ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะคนรอบตัวเลี่ยงสิ่งกระตุ้นได้และพาไปพบแพทย์ได้เร็ว

ภาวะนี้ติดตัวไปตลอด แต่เด็กที่เป็น G6PD ส่วนใหญ่เติบโตแข็งแรงเหมือนเด็กคนอื่น ถ้าเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและได้พบแพทย์เมื่อไม่สบาย เมื่อเกิดเม็ดเลือดแดงแตก ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นหลังหยุดสิ่งกระตุ้นและรักษาการติดเชื้อ บางรายอาจต้องให้เลือดตามที่แพทย์ประเมิน

  • แพทย์ พยาบาล และเภสัชกร ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล คลินิก หรือร้านยา แม้จะไปด้วยเรื่องอื่น
  • ปู่ย่าตายาย พี่เลี้ยง และครูที่สถานรับเลี้ยงเด็ก โดยเฉพาะเรื่องลูกเหม็น ถั่วปากอ้า และการไม่ให้ยาหรือสมุนไพรเอง
  • หลายโรงพยาบาลออกบัตรประจำตัวสำหรับผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ให้เก็บคู่กับสมุดสุขภาพของลูก ถ่ายภาพไว้ในโทรศัพท์ และยื่นทุกครั้งที่ลูกต้องรับยา ถ้ายังไม่มีให้ถามแพทย์ที่ดูแลลูก

เมื่อไรควรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์

  • ตัวเหลืองภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ตัวเหลืองมากขึ้น หรือเหลืองถึงฝ่ามือฝ่าเท้า
  • ปัสสาวะสีเข้มคล้ายน้ำโคล่าหรือน้ำปลา หรือออกแดง โดยเฉพาะถ้าลูกซีดลงด้วย
  • ซึม ปลุกไม่ค่อยตื่น ไม่ดูดนม หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
  • หายใจเร็ว หอบ หรือปัสสาวะน้อยลงชัดเจน
  • ทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนที่มีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ไปโรงพยาบาลทันที ส่วนเด็กที่โตกว่านั้น เมื่อมีไข้ให้พาไปพบแพทย์และบอกว่าลูกเป็น G6PD
  • ลูกเผลอกินถั่วปากอ้า สัมผัสลูกเหม็น หรือได้รับยาหรือสมุนไพรที่ไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที แม้ยังไม่มีอาการ
  • ในกรณีฉุกเฉินให้โทร 1669

อ้างอิง

  • สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี · ศึกษาเปรียบเทียบอุบัติการณ์ อาการแสดง ปัจจัยกระตุ้นที่พบและค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ในผู้ป่วยที่ทราบและไม่ทราบการวินิจฉัยมาก่อน (วารสารกุมารเวชศาสตร์ 2565)
  • คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช · อุบัติการณ์และปัจจัยของการกลับเข้ารับการรักษาซ้ำด้วยภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด (วชิรเวชสาร 2565)
  • สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย · ความรู้สู่ประชาชน เรื่องโรคพร่องเอนไซม์ G6PD
  • หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา (MedlinePlus) · Glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiency
  • สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) · LactMed: Fava Beans
  • Sheffield Children's NHS Foundation Trust · G6PD deficiency
  • กระทรวงสาธารณสุขฮ่องกง (Family Health Service) · Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase Deficiency

ปรับปรุงล่าสุด

ที่มาของข้อมูลหน้านี้

ปรับปรุงล่าสุด
ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์