สุขภาพ
ความเชื่อเลี้ยงลูกแบบคนรุ่นก่อน ข้อไหนควรเลิก ข้อไหนยังใช้ได้
ป้อนน้ำหรือกล้วยก่อน 6 เดือน ให้นอนตะแคง ห่อตัวหนา โยกแรง ๆ ให้หยุดร้อง ข้อไหนควรเลิก ข้อไหนยังใช้ได้ และวิธีเขียนแผนดูแลที่ทุกคนในบ้านใช้ร่วมกัน
ปู่ย่าตายายรักหลานไม่น้อยกว่าพ่อแม่ แต่คำแนะนำเรื่องการดูแลทารกหลายข้อเปลี่ยนไปจากสมัยก่อน บทความนี้แยกให้เห็นว่าข้อไหนควรเลิกเพราะมีข้อมูลว่าเสี่ยง ข้อไหนยังใช้ได้ และวิธีเขียนแผนที่ทุกคนในบ้านใช้ร่วมกัน เพื่อดูแลหลานไปทางเดียวกัน ไม่ใช่เพื่อหาว่าใครผิด
ป้อนน้ำ น้ำข้าว กล้วยบด หรือข้าวบด ก่อนลูกอายุครบ 6 เดือน
ข้อนี้ควรเลิก กรมอนามัยและองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวจนอายุครบ 6 เดือน ไม่ให้อาหารหรือเครื่องดื่มอื่นแม้แต่น้ำ เว้นแต่แพทย์เห็นว่าจำเป็น เพราะระบบย่อยของทารกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ อาหารที่ไม่ตรงวัยทำให้เสี่ยงลำไส้อุดตันและติดเชื้อในทางเดินอาหาร
- วันที่อากาศร้อน ลูกที่กินนมแม่อาจอยากดูดบ่อยขึ้น ให้ดูดตามต้องการ ถ้าลูกกินนมผง ให้ถามพยาบาลหรือแพทย์ก่อนว่าต้องให้น้ำเพิ่มหรือไม่
- ห้ามให้น้ำผึ้งก่อนอายุครบ 1 ปี รวมถึงการป้ายที่ปาก ที่จุกนม หรือที่จุกหลอก เพราะเสี่ยงโรคโบทูลิซึมในทารกซึ่งรุนแรง
- ยังใช้ได้: ข้าวบดและผลไม้บดไม่ใช่ของต้องห้าม แค่ยังไม่ถึงวัย เริ่มได้เมื่อครบ 6 เดือน โดยให้นมแม่ต่อควบคู่กัน
ให้นอนคว่ำ นอนตะแคง หนุนหมอน หรือนอนบนที่นอนนุ่ม
ข้อนี้ควรเลิก วางลูกนอนหงายทุกครั้ง ทั้งงีบกลางวันและกลางคืน จนอายุครบ 1 ปี ท่าตะแคงก็ไม่ปลอดภัย เพราะทารกพลิกจากท่าตะแคงไปเป็นท่าคว่ำได้ง่าย
- ที่นอนแน่นและเรียบ ไม่มีหมอน หมอนหลุม หมอนข้าง ตุ๊กตา หรือผ้าห่มหนา ที่นอนนุ่มเกินไปทำให้ลูกพลิกคว่ำหน้าได้ง่าย
- ถ้าลูกหลับในเปลไกว คาร์ซีท หรือเป้อุ้ม ให้ย้ายมานอนหงายบนที่นอนเรียบ และผู้ใหญ่อย่าเผลอหลับพร้อมลูกบนโซฟา
- ยังใช้ได้: ให้หลานนอนห้องเดียวกับผู้ใหญ่ ซึ่งแนวทางปัจจุบันแนะนำอย่างน้อย 6 เดือนแรก ขอเพียงให้ลูกมีที่นอนของตัวเอง
ห่อตัวหนา ใส่หมวก และทาหรือโรยอะไรบนสะดือ
ทั้งสองเรื่องมาจากความหวังดี แต่การห่มมากไปทำให้ลูกร้อนเกิน และการใส่สิ่งอื่นลงบนสะดือเพิ่มความเสี่ยงแทนที่จะช่วย
- ถอดหมวกเมื่ออยู่ในบ้าน และไม่คลุมผ้าถึงหน้าหรือศีรษะ
- แตะหน้าอกหรือท้ายทอยของลูก ถ้าร้อนหรือมีเหงื่อ ให้ถอดเสื้อผ้าหรือผ้าห่มออกหนึ่งชั้น มือเท้าที่เย็นกว่าลำตัวไม่ได้แปลว่าลูกหนาว
- สะดือ: ไม่ทา ไม่โรยแป้ง สมุนไพร หรือผงใด ๆ ดูแลให้สะอาดและแห้งตามที่โรงพยาบาลที่คลอดสอนไว้
- ยังใช้ได้: ห่อตัวด้วยผ้าบาง ให้สะโพกยังขยับได้ สอดนิ้วได้สองถึงสามนิ้วที่หน้าอก วางนอนหงายเสมอ และเลิกห่อเมื่อลูกเริ่มพยายามพลิกตัว
ลูกร้องไม่หยุด กล่อมได้ แต่ห้ามเขย่า
ข้อนี้ห้ามเด็ดขาด ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือหงุดหงิดแค่ไหน ห้ามเขย่า โยนเล่น หรือโยกตัวทารกแรง ๆ เพราะทำให้มีเลือดออกรอบสมองหรือหลังตา และอาจถึงขั้นเสียชีวิต ถ้าใกล้จะทนไม่ไหว ให้วางลูกนอนหงายในที่นอนที่ปลอดภัย ออกไปสงบใจสักครู่ กลับมาดูเป็นระยะ และโทรเรียกคนในบ้านมาช่วย
- ยังใช้ได้: ร้องเพลงกล่อม อุ้มแนบตัวแล้วโยกหรือเดินไปมาเบา ๆ พูดคุย และลูบหลังช้า ๆ เป็นวิธีปลอบที่แนวทางปัจจุบันก็แนะนำ
- ยังใช้ได้: ไกวเปลเบา ๆ ให้ลูกสงบได้ แต่เมื่อหลับแล้วให้ย้ายลงที่นอนเรียบและวางนอนหงาย
เขียนแผนดูแลหลานไว้ให้ทุกคนในบ้านใช้ชุดเดียวกัน
เมื่อแม่กลับไปทำงานหรือหลานอยู่กับปู่ย่าตายายช่วงกลางวัน แผนที่เขียนไว้ช่วยให้ทุกคนทำเหมือนกัน งานศึกษาที่สัมภาษณ์คุณแม่ในกรุงเทพฯ พบว่าในบางบ้าน ผู้ใหญ่พยายามให้อาหารอื่นหรือนมผสมแก่หลานก่อนอายุ 6 เดือน ผู้วิจัยจึงแนะนำให้คนในครอบครัวได้เรียนรู้เรื่องนมแม่ไปพร้อมกับแม่
เริ่มคุยจากสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำได้ดีอยู่แล้ว เช่น การกล่อมและการให้หลานนอนใกล้ ๆ แล้วค่อยอธิบายเหตุผลของข้อที่เปลี่ยนไป ให้ทุกคนรวมถึงผู้ช่วยเลี้ยงอ่านแผนฉบับเดียวกัน และทบทวนเมื่อหลานโตขึ้น
- นม: นมแม่ที่ปั๊มไว้หรือนมผง เก็บและอุ่นอย่างไร และไม่ให้น้ำหรืออาหารอื่นก่อนอายุครบ 6 เดือน
- การนอน: วางนอนหงายทุกครั้ง ในที่นอนไม่มีหมอนหรือของนุ่ม
- เมื่อหลานร้องไม่หยุดหรือผู้ดูแลเหนื่อยจนทนไม่ไหว จะโทรหาใคร
- เบอร์พ่อแม่ เบอร์โรงพยาบาล เบอร์ฉุกเฉิน 1669 และสัญญาณอันตรายด้านล่าง ติดไว้ให้ทุกคนเห็น
เมื่อไรควรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์
- ซึม ปลุกไม่ค่อยตื่น ไม่ดูดนม หรือดูดนมน้อยลงชัดเจน
- หายใจลำบาก หอบ ปากเขียวคล้ำ หรือชัก เกร็ง กระตุก
- อาเจียนพุ่ง อาเจียนเป็นสีเขียว หรือถ่ายมีเลือดปน ถ้าลูกเคยได้น้ำหรืออาหารอื่นก่อนอายุ 6 เดือน ให้บอกแพทย์ด้วย
- หลังได้รับน้ำผึ้ง ลูกท้องผูก ดูดนมได้น้อยลง หนังตาตก หรือเสียงร้องเบาผิดไปจากเดิม
- ลูกถูกเขย่าหรือศีรษะกระแทก ให้พาไปพบแพทย์ทันทีและเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามจริง
- ลูกร้องผิดไปจากทุกวัน หรือกล่อมอย่างไรก็ไม่หยุด
- สะดือบวมแดง มีหนอง หรือมีกลิ่นเหม็น
- ในกรณีฉุกเฉินให้โทร 1669 ทันที
อ้างอิง
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข · นมแม่มีประโยชน์ กรมอนามัย แนะ ทารก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว
- องค์การอนามัยโลก (WHO) · Infant and young child feeding
- องค์การอนามัยโลก (WHO) · Postnatal care of the mother and newborn: highlights from the WHO 2013 guidelines
- สถาบันกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) · How to Keep Your Sleeping Baby Safe: AAP Policy Explained
- สถาบันกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) · Swaddling: Is it Safe for Your Baby?
- สถาบันกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) · Shaken Baby Syndrome: Protect Your Infant from Abusive Head Trauma
- NHS · Sudden infant death syndrome (SIDS)
- NHS · Drinks and cups for babies and young children
- NHS · Foods to avoid giving babies and young children
- NHS · Soothing a crying baby
- ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) · Botulism Prevention
- ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) · Symptoms of Botulism
- ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) · About Abusive Head Trauma
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล · หลับแล้วไม่ตื่นอันตรายใกล้ตัวลูก ที่พ่อแม่คาดไม่ถึง
- International Journal of Women's Health · Exclusive Breastfeeding Experiences of Thai Mothers in Metropolitan Bangkok
ปรับปรุงล่าสุด
บทความที่เกี่ยวข้อง
ที่มาของข้อมูลหน้านี้
- ปรับปรุงล่าสุด
- ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
- ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
- ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์
- เรียบเรียงโดยอ้างอิงจาก
