ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
DekNurse
EN
ย้อนกลับ

การให้นม

ให้นมลูกท่าไหนถูกต้อง และนมแม่น้อยจริงหรือแค่คิดไปเอง

ท่าอุ้มที่ดีทำให้ลูกดูดได้ลึกและแม่ไม่เจ็บ ส่วนความรู้สึกว่า “นมไม่พอ” มักวัดจากสิ่งที่ผิด ลองเช็กจากผ้าอ้อมและน้ำหนักแทน

อ่านประมาณ 7 นาที

คำถามสองข้อนี้มักมาคู่กันเสมอ เพราะเมื่อลูกดูดไม่ลึก แม่จะเจ็บ น้ำนมออกน้อย ลูกก็ร้องหิวเร็ว แล้วทุกคนก็สรุปว่า “นมแม่ไม่พอ” ทั้งที่ต้นเหตุจริงคือวิธีเข้าเต้า บทความนี้จึงเริ่มจากท่าอุ้มก่อน แล้วค่อยไปที่วิธีวัดว่าลูกได้นมพอจริงหรือไม่

หลักข้อเดียวที่ใช้ได้กับทุกท่า

ไม่ว่าจะอุ้มท่าไหน สิ่งที่ต้องได้เหมือนกันคือ ตัวลูกหันเข้าหาแม่ทั้งตัว หูกับไหล่กับสะโพกอยู่ในแนวเดียวกัน และปากลูกอยู่ระดับหัวนมโดยที่แม่ไม่ต้องก้มตัวลงไปหา

ให้ยกลูกขึ้นมาหาเต้า ไม่ใช่ยื่นเต้าลงไปหาลูก ความเจ็บหลังและบ่าของแม่ส่วนใหญ่มาจากการก้มค้างนาน ๆ ซึ่งแก้ได้ด้วยหมอนหนุนใต้แขนหรือใต้ตัวลูก

  • จมูกลูกอยู่ตรงกับหัวนม เพื่อให้ลูกต้องเงยหน้าขึ้นอ้าปากกว้างก่อนงับ
  • รอให้ปากอ้ากว้างเหมือนหาว แล้วค่อยประคองท้ายทอย (ไม่ใช่กดหัว) เข้าหาเต้า
  • ริมฝีปากบานออกทั้งบนและล่าง คางจมเนื้อเต้า จมูกเกือบแตะแต่ยังหายใจได้
  • ลานนมด้านล่างควรอยู่ในปากลูกมากกว่าด้านบน ไม่ใช่งับแค่หัวนม

สี่ท่าที่ใช้ได้จริงในบ้าน

  • ท่าอุ้มขวางตัก คือท่าพื้นฐาน ใช้แขนข้างเดียวกับเต้าที่ให้ประคองตัวลูก เหมาะเมื่อเข้าเต้าคล่องแล้ว
  • ท่าอุ้มขวางตักประยุกต์ คือใช้แขนตรงข้ามประคองท้ายทอย ควบคุมหัวลูกได้แม่นกว่า เหมาะกับช่วงสัปดาห์แรก
  • ท่าฟุตบอล คือวางลูกไว้ข้างลำตัวใต้แขน เหมาะกับแม่ผ่าคลอดเพราะไม่มีน้ำหนักกดแผล และเหมาะกับลูกแฝด
  • ท่านอนตะแคง คือให้นมกลางคืนได้โดยไม่ต้องลุก แต่ต้องตื่นอยู่ตลอด และย้ายลูกกลับที่นอนของตัวเองเมื่อเสร็จ

สัญญาณว่าลูกดูดได้ดีจริง

  • ได้ยินเสียงกลืนเป็นจังหวะ ไม่ใช่เสียงจ๊วบ ๆ หรือเสียงลมเข้า
  • แม่รู้สึกตึงตอนแรกแล้วค่อย ๆ หายไป ไม่ใช่เจ็บแปลบตลอดมื้อ
  • หัวนมหลังมื้อยังกลม ไม่แบนเป็นปากกระบอกหรือมีรอยขีดขาว
  • ลูกปล่อยเต้าเองเมื่ออิ่ม ตัวผ่อนคลาย มือที่เคยกำแน่นคลายออก

“นมแม่ไม่พอ” วัดจากอะไรถึงจะแม่น

สิ่งที่พ่อแม่มักใช้ตัดสินคือปริมาณที่ปั๊มได้ ความนิ่มของเต้า หรือความถี่ที่ลูกร้องหิว ทั้งสามอย่างนี้บอกปริมาณน้ำนมได้ไม่แม่นเลย เครื่องปั๊มดูดได้ไม่เท่าปากลูก เต้านิ่มลงเป็นเรื่องปกติเมื่อร่างกายปรับปริมาณเข้าที่แล้ว และทารกที่กินนมแม่ก็หิวถี่กว่าทารกที่กินนมผงอยู่แล้วเพราะนมแม่ย่อยง่ายกว่า

  • ผ้าอ้อมเปียกอย่างน้อย 6 ครั้งต่อวันหลังลูกอายุ 5 วัน คือหลักฐานที่ตรงที่สุดว่าลูกได้น้ำเพียงพอ
  • น้ำหนักกลับมาเท่าแรกเกิดภายในราว 2 สัปดาห์ แล้วขึ้นต่อเนื่องตามกราฟในสมุดสุขภาพ
  • ลูกดูดได้ 8–12 มื้อใน 24 ชั่วโมงในเดือนแรก และมีช่วงตื่นที่ดูสดชื่น
  • ช่วงที่ลูกขอนมถี่ผิดปกติ 2–3 วันแล้วกลับมาปกติ มักเป็นช่วงเร่งการเติบโต ไม่ใช่สัญญาณว่านมหมด

ถ้าน้ำนมน้อยจริง ทำอะไรได้บ้าง

  • เพิ่มจำนวนครั้งที่ระบายน้ำนม เพราะร่างกายผลิตตามที่ถูกเอาออก ไม่ได้ผลิตตามเวลาที่รอ
  • แก้การเข้าเต้าก่อนเสมอ ถ้าลูกดูดไม่ลึก เพิ่มรอบเท่าไรก็ไม่ได้ผล
  • ให้ลูกอยู่แนบเนื้อบนอกแม่บ่อย ๆ ช่วยให้ลูกงับเต้าเองได้ง่ายขึ้น
  • กินและดื่มให้พอสำหรับตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งอาหารหรืออาหารเสริมชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ
  • ถ้าจำเป็นต้องเสริมนมผงบางมื้อ ให้เสริมหลังเข้าเต้า และยังคงระบายเต้าตามรอบเดิม

เมื่อไรควรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์

เรื่องการให้นมส่วนใหญ่ปรับได้ที่บ้าน แต่มีบางอย่างที่รอไม่ได้ และควรพาลูกไปพบแพทย์

  • ลูกอายุน้อยกว่า 3 เดือนมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ต้องพบแพทย์ทันที ไม่รอดูอาการและไม่ให้ยาลดไข้เอง
  • ลูกซึม ปลุกไม่ค่อยตื่น ไม่ดูดนม หรือดูดนมได้น้อยลงมากติดต่อกันหลายมื้อ
  • ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน ผ้าอ้อมไม่เปียกเหมือนเดิม ปากแห้ง หรือกระหม่อมบุ๋ม
  • น้ำหนักไม่กลับมาเท่าแรกเกิดภายใน 2 สัปดาห์ หรือน้ำหนักลดลงต่อเนื่อง
  • แม่เจ็บหัวนมจนเลือดออก หรือเจ็บมากขึ้นทุกมื้อแม้แก้ท่าแล้ว
  • ถ้ายังไม่แน่ใจว่าท่าที่ทำอยู่ถูกไหม การให้พยาบาลดูผ่านวิดีโอด้วย TeleCare เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับตั้งคำถามก่อนไปคลินิกนมแม่ แต่ไม่ใช้แทนการตรวจร่างกาย

อ้างอิง

  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข · แนวทางส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) · Infant and young child feeding
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) · Essential newborn care

ปรับปรุงล่าสุด

ที่มาของข้อมูลหน้านี้

ปรับปรุงล่าสุด
ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์