การให้นม
ให้นมลูกท่าไหนถูกต้อง และนมแม่น้อยจริงหรือแค่คิดไปเอง
ท่าอุ้มที่ดีทำให้ลูกดูดได้ลึกและแม่ไม่เจ็บ ส่วนความรู้สึกว่า “นมไม่พอ” มักวัดจากสิ่งที่ผิด ลองเช็กจากผ้าอ้อมและน้ำหนักแทน
คำถามสองข้อนี้มักมาคู่กันเสมอ เพราะเมื่อลูกดูดไม่ลึก แม่จะเจ็บ น้ำนมออกน้อย ลูกก็ร้องหิวเร็ว แล้วทุกคนก็สรุปว่า “นมแม่ไม่พอ” ทั้งที่ต้นเหตุจริงคือวิธีเข้าเต้า บทความนี้จึงเริ่มจากท่าอุ้มก่อน แล้วค่อยไปที่วิธีวัดว่าลูกได้นมพอจริงหรือไม่
หลักข้อเดียวที่ใช้ได้กับทุกท่า
ไม่ว่าจะอุ้มท่าไหน สิ่งที่ต้องได้เหมือนกันคือ ตัวลูกหันเข้าหาแม่ทั้งตัว หูกับไหล่กับสะโพกอยู่ในแนวเดียวกัน และปากลูกอยู่ระดับหัวนมโดยที่แม่ไม่ต้องก้มตัวลงไปหา
ให้ยกลูกขึ้นมาหาเต้า ไม่ใช่ยื่นเต้าลงไปหาลูก ความเจ็บหลังและบ่าของแม่ส่วนใหญ่มาจากการก้มค้างนาน ๆ ซึ่งแก้ได้ด้วยหมอนหนุนใต้แขนหรือใต้ตัวลูก
- จมูกลูกอยู่ตรงกับหัวนม เพื่อให้ลูกต้องเงยหน้าขึ้นอ้าปากกว้างก่อนงับ
- รอให้ปากอ้ากว้างเหมือนหาว แล้วค่อยประคองท้ายทอย (ไม่ใช่กดหัว) เข้าหาเต้า
- ริมฝีปากบานออกทั้งบนและล่าง คางจมเนื้อเต้า จมูกเกือบแตะแต่ยังหายใจได้
- ลานนมด้านล่างควรอยู่ในปากลูกมากกว่าด้านบน ไม่ใช่งับแค่หัวนม
สี่ท่าที่ใช้ได้จริงในบ้าน
- ท่าอุ้มขวางตัก คือท่าพื้นฐาน ใช้แขนข้างเดียวกับเต้าที่ให้ประคองตัวลูก เหมาะเมื่อเข้าเต้าคล่องแล้ว
- ท่าอุ้มขวางตักประยุกต์ คือใช้แขนตรงข้ามประคองท้ายทอย ควบคุมหัวลูกได้แม่นกว่า เหมาะกับช่วงสัปดาห์แรก
- ท่าฟุตบอล คือวางลูกไว้ข้างลำตัวใต้แขน เหมาะกับแม่ผ่าคลอดเพราะไม่มีน้ำหนักกดแผล และเหมาะกับลูกแฝด
- ท่านอนตะแคง คือให้นมกลางคืนได้โดยไม่ต้องลุก แต่ต้องตื่นอยู่ตลอด และย้ายลูกกลับที่นอนของตัวเองเมื่อเสร็จ
สัญญาณว่าลูกดูดได้ดีจริง
- ได้ยินเสียงกลืนเป็นจังหวะ ไม่ใช่เสียงจ๊วบ ๆ หรือเสียงลมเข้า
- แม่รู้สึกตึงตอนแรกแล้วค่อย ๆ หายไป ไม่ใช่เจ็บแปลบตลอดมื้อ
- หัวนมหลังมื้อยังกลม ไม่แบนเป็นปากกระบอกหรือมีรอยขีดขาว
- ลูกปล่อยเต้าเองเมื่ออิ่ม ตัวผ่อนคลาย มือที่เคยกำแน่นคลายออก
“นมแม่ไม่พอ” วัดจากอะไรถึงจะแม่น
สิ่งที่พ่อแม่มักใช้ตัดสินคือปริมาณที่ปั๊มได้ ความนิ่มของเต้า หรือความถี่ที่ลูกร้องหิว ทั้งสามอย่างนี้บอกปริมาณน้ำนมได้ไม่แม่นเลย เครื่องปั๊มดูดได้ไม่เท่าปากลูก เต้านิ่มลงเป็นเรื่องปกติเมื่อร่างกายปรับปริมาณเข้าที่แล้ว และทารกที่กินนมแม่ก็หิวถี่กว่าทารกที่กินนมผงอยู่แล้วเพราะนมแม่ย่อยง่ายกว่า
- ผ้าอ้อมเปียกอย่างน้อย 6 ครั้งต่อวันหลังลูกอายุ 5 วัน คือหลักฐานที่ตรงที่สุดว่าลูกได้น้ำเพียงพอ
- น้ำหนักกลับมาเท่าแรกเกิดภายในราว 2 สัปดาห์ แล้วขึ้นต่อเนื่องตามกราฟในสมุดสุขภาพ
- ลูกดูดได้ 8–12 มื้อใน 24 ชั่วโมงในเดือนแรก และมีช่วงตื่นที่ดูสดชื่น
- ช่วงที่ลูกขอนมถี่ผิดปกติ 2–3 วันแล้วกลับมาปกติ มักเป็นช่วงเร่งการเติบโต ไม่ใช่สัญญาณว่านมหมด
ถ้าน้ำนมน้อยจริง ทำอะไรได้บ้าง
- เพิ่มจำนวนครั้งที่ระบายน้ำนม เพราะร่างกายผลิตตามที่ถูกเอาออก ไม่ได้ผลิตตามเวลาที่รอ
- แก้การเข้าเต้าก่อนเสมอ ถ้าลูกดูดไม่ลึก เพิ่มรอบเท่าไรก็ไม่ได้ผล
- ให้ลูกอยู่แนบเนื้อบนอกแม่บ่อย ๆ ช่วยให้ลูกงับเต้าเองได้ง่ายขึ้น
- กินและดื่มให้พอสำหรับตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งอาหารหรืออาหารเสริมชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ
- ถ้าจำเป็นต้องเสริมนมผงบางมื้อ ให้เสริมหลังเข้าเต้า และยังคงระบายเต้าตามรอบเดิม
เมื่อไรควรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์
เรื่องการให้นมส่วนใหญ่ปรับได้ที่บ้าน แต่มีบางอย่างที่รอไม่ได้ และควรพาลูกไปพบแพทย์
- ลูกอายุน้อยกว่า 3 เดือนมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ต้องพบแพทย์ทันที ไม่รอดูอาการและไม่ให้ยาลดไข้เอง
- ลูกซึม ปลุกไม่ค่อยตื่น ไม่ดูดนม หรือดูดนมได้น้อยลงมากติดต่อกันหลายมื้อ
- ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน ผ้าอ้อมไม่เปียกเหมือนเดิม ปากแห้ง หรือกระหม่อมบุ๋ม
- น้ำหนักไม่กลับมาเท่าแรกเกิดภายใน 2 สัปดาห์ หรือน้ำหนักลดลงต่อเนื่อง
- แม่เจ็บหัวนมจนเลือดออก หรือเจ็บมากขึ้นทุกมื้อแม้แก้ท่าแล้ว
- ถ้ายังไม่แน่ใจว่าท่าที่ทำอยู่ถูกไหม การให้พยาบาลดูผ่านวิดีโอด้วย TeleCare เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับตั้งคำถามก่อนไปคลินิกนมแม่ แต่ไม่ใช้แทนการตรวจร่างกาย
อ้างอิง
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข · แนวทางส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
- องค์การอนามัยโลก (WHO) · Infant and young child feeding
- องค์การอนามัยโลก (WHO) · Essential newborn care
ปรับปรุงล่าสุด
บทความที่เกี่ยวข้อง
ที่มาของข้อมูลหน้านี้
- ปรับปรุงล่าสุด
- ปรับปรุงล่าสุด · เรียบเรียงโดยทีมเนื้อหา DekNurse
- ผู้ตรวจทานทางการแพทย์
- ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยบุคลากรทางการแพทย์
- เรียบเรียงโดยอ้างอิงจาก
